Green Solutions

History

ประวัติความเป็นมา

 

Project

โครงการต่าง ๆ

 

Performance

ผลการดำเนินงาน

 

ผลการดำเนินงาน

 

 

ดาวโหลดไฟล์ทั้งหมดของหัวข้อนี้

Download

 

 

องค์ประกอบสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

 

1. การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้

 

 องค์ประกอบที่  1

  1. ให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับการศึกษาพืชและให้ไปสำรวจพืชที่ตนเองรู้จักมาคนละ 5  ต้น
  2. ในระยะแรก ๆ การศึกษาข้อมูลของพืช  ใช้สมุดบันทึกข้อมูลพรรณไม้ ตามแบบ ของ อพ.สธ.   โดยให้นักเรียนที่เรียนรายวิชาชีววิทยาเป็นผู้ทำการศึกษาร่วมกับรุ่นน้องอีก  3  คน  กำหนดการศึกษาภายใน 1 เดือน  ปกติต้องศึกษาพืชที่มี ดอก ผล  แต่ถ้าระยะที่ศึกษายังไม่มีดอก  ก็เว้นไว้เมื่อมีดอกจึงทำการศึกษาต่อ
  3. นำมาเขียนบันทึกลงในแบบบันทึกข้อมูลพรรณไม้ นำแบบบันทึกข้อมูลพรรณไม้ไปศึกษาต้นไม้ที่เลือก โดยทำการศึกษาร่วมกับเพื่อนต่างระดับชั้นอีก 2 คน
  4. นำแบบฟอร์มบันทึกพรรณไม้มาสืบค้น  สอบถามผู้รู้ และค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อจัดทำป้ายชื่อชั่วคราว
  5. การสำรวจพรรณไม้จะแยกออกเป็นต้นไม้ดั้งเดิม  ต้นไม้ปลูก  และพืชทั่ว ๆ ไป
  6. นำแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลพรรณไม้มาจัดทำทะเบียนพรรณไม้ ตามแบบของโครงการฯ ครูตรวจสอบความถูกต้อง
  7. จัดทำการบันทึกข้อมูลพรรณไม้ลงในระบบสารสนเทศประกอบด้วยข้อมูลทางพฤกษศาสตร์  และรูปภาพส่วนประกอบ
  8.   ส่งข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องโดยนักพฤกษศาสตร์
  9. จัดทำป้ายชื่อนำไปติดที่ต้นไม้ที่ตนเองรับผิดชอบ
  10. ครูนำนักเรียนแกนนำตรวจสอบและแก้ไขป้ายชื่อที่นำไปแขวนให้ถูกต้อง (โดยไม่ใช้วิธีตอกตะปูตามต้นไม้)
  11. การสำรวจพรรณไม้เพิ่มเติมจะกระทำตลอดปีการศึกษาและดำเนินการข้อมูลพรรณไม้ของโรงเรียนพร้อมที่จะเผยแพร่ให้กับโรงเรียนสมาชิกที่ต้องการศึกษา
  12. จัดทำแผนผังพรรณไม้ในโรงเรียนทั้งที่มีอยู่เดิมและปลูกเพิ่ม จัดทำเป็นผังรวมและผังแยกโดยได้บูรณาการในรายวิชา  ว 41103 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชีววิทยา  ก่อนลงมือปฏิบัติการครูได้ให้ความรู้ในการจัดทำแผนผัง และแบ่งเขตการจัดทำ  จัดทำแผนผังต้นไม้ในโรงเรียน โดยวิธีจัดทำแผนผังรวมก่อน  แล้วแบ่งกลุ่มจัดทำแผนผังย่อยในแต่ละส่วน  แบ่งเขตรับผิดชอบจัดทำแผนผังต้นไม้โดยทำฉบับร่างก่อนค่อยนำมาลงทำฉบับจริง  จัดแสดงไว้ในที่คนส่วนใหญ่มองเห็นชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการศึกษา  

วิธีการจัดทำแผนผังต้นไม้
1.  แบ่งเขตพื้นที่เป็นส่วน ๆ เพื่อง่ายต่อการจัดทำ
2.  แบ่งซอยพื้นที่ให้มีขนาดเล็กลงไปอีก
3.  กำหนดทิศเหนือ  ทิศใต้ ทิศตะวันออก   ทิศตะวันตก
4.  ขึงเชือกในแนวทิศเหนือทิศใต้  ทิศตะวันออก  ทิศตะวันตก และ วัดระยะห่างของต้นไม้ กับเส้นตัดทั้งสองอ่านค่าออกมาเป็นระยะห่างมีหน่วยเป็น เมตร พร้อมบอกแนวทิศ ด้วย
5. จัดทำแผนผังย่อยเสร็จแล้วนำไปรวมเป็นแผนผังใหญ่  จนเป็นผังทั้งโรงเรียน
                การเก็บตัวอย่างพืชนักเรียนได้ทำการเก็บตัวอย่างพืช  ทั้งส่วนที่เป็นเมล็ด  ส่วนต่าง ๆ ของพืชเก็บในลักษณะแห้ง และดอง  โรงเรียนได้ใช้วิธีการดองโดยใช้น้ำสไปรท์  และแอลกอฮอล์

 

 

2. การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกในโรงเรียน

 

องค์ประกอบที่  2

การรวบรวมพรรณไม้เข้ามาปลูกในโรงเรียน  จัดกระทำในหลายรูปแบบ  และในหลายโอกาส  แต่มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ของโรงเรียนที่มีน้อยเพียง   32 ไร่ เศษ  ต้องแบ่งเป็นส่วนที่เป็นอาคารเรียน  อาคารฝึกงาน  หอประชุม  โรงอาหาร  บ้านพักครู  ถนน และสนามกีฬา เป็นต้น   ต้นไม้ดั่งเดิมของโรงเรียนก็มีอยู่บ้างที่มีขนาดใหญ่  ขนาดกลาง  ขนาดเล็ก เพราะเดิมที่ตั้งโรงเรียนเป็นป่าชุมชนและป่าช้า  พืชที่นำมาปลูกส่วนใหญ่จึงเป็นไม้ประดับ จัดวางแบบสวนหย่อม   ดังนั้นต้นไม้ที่รวบรวมนำเข้ามาปลูก พยายามปลูกพืชที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป โตเร็ว ให้ร่มเงาได้  มีแนวปฏิบัติ  ดังนี้
1.   ปลูกตามวันสำคัญต่าง ๆ ในรอบปีการศึกษา เช่นวันเข้าพรรษา   วันวิทยาศาสตร์ 
       วันสุนทรภู่ วันแม่  วันพ่อ   เป็นต้น
2.   จัดทำโครงการย่อย ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์  เช่น  โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไทย  โครงการปลูกไม้ผล โครงการสมุนไพรในโรงเรียน  โครงการปลูกไม้หอมโครงการสวนเฟิน เมื่อจัดทำโครงการขึ้นมาก็เป็นกุศโลบายให้เกิดการช่วยกันปลูกต้นไม้
3.   โรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนเข้าใหม่รวมกลุ่มกันปลูกต้นไม้ และ นักเรียนชั้น ม.6 ก่อนจะสำเร็จการศึกษาต้องปลูกต้นไม้คนละหนึ่งต้นไว้เป็นที่ระลึก

4.   เมื่อมีการปลูกต้นไม้จะจัดทำทะเบียนปลูกต้นไม้ และทะเบียนบริจาคต้นไม้ 

5.   นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  ปีการศึกษา  2549-2550  ได้ทำโครงการปลูกไม้หอม  โดยทำการปลูก คนละ  2  ต้นในบริเวณสวนป่า และ ด้านหลังอาคาร  1 และ 2

6.   นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ทำโครงการสวนสมุนไพรในโรงเรียน ใช้พื้นที่หน้าโรงฝึกงาน  ปลูกพืชสมุนไพรทั้งหายาก  และหาง่าย โดยทำการปลูกคนละ  2  ต้น

7.   ในปีการศึกษา  2551  นักเรียนกำลังดำเนินการดูแล รักษา ต้นไม้ที่นักเรียนทำการปลูก และกำลังทำการศึกษา สรรพคุณของสมุนไพรเหล่านั้น โดยการสำรวจหมอชาวบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีความสามารถในการใช้ยาสมุนไพร ต่าง ๆ งานนี้ใช้เวลา  1  ภาคเรียน

 

3.การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ

 

องค์ประกอบที่  3

                การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ มีการเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.  2544  และมาศึกษากันอย่าง
จริงจังเมื่อ พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน มีลำดับดังนี้

  1. ระยะปี พ.ศ.  2546 – 2548  ได้ทำการศึกษาพืช “กล้วยน้ำว้า” ในหัวข้อ “ทรัพยากรไทย : สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว”  โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น ปัจจัยทางชีวภาพ  และปัจจัยทางกายภาพ  แบ่งช่วงเวลาในการศึกษาออกเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 1 สัปดาห์  บันทึกสิ่งที่สังเกตเห็น ใช้ระยะเวลาในการศึกษาทั้งหมด  1 ปี 6 เดือน นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาปัจจัยต่าง ๆ มาพัฒนาต่อไปเป็นการศึกษาพืชและสัตว์อื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกล้วยน้ำว้าจนกระทั่งวันหนึ่งได้รับความเมตตาจากท่าน ดร.พิสิษฐ์   วรอุไร  เดินทางไปให้ความรู้กับเด็ก ๆ  ถึงโรงเรียน ท่านสอนวิธีการศึกษาสรรพสิ่งที่มาพันเกี่ยวต้องศึกษาอย่างไร ทำอย่างไร  จากวันนั้นมา  นักเรียนได้เลือกทำการศึกษามดอย่างละเอียด  และนำไปบูรณาการในหลายรูปแบบ 
  2. ระยะปี พ.ศ.  2548-2549  ได้ทำการศึกษาพืชในแง่การนำมาใช้ประโยชน์ โดยศึกษาจากธรรมชาติของพืช  ส่วนต่าง ๆ ของ “กล้วยน้ำว้า”ว่ามีศักยภาพอย่างไรและคิดออกมาว่าจะนำธรรมชาตินั้นหรือ ศักยภาพนั้น ๆ มาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง  เมื่อได้แนวความคิดแล้วก็เริ่มลงมือทำการทดลอง โดยวิธีการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ จนได้ผลสรุปและเขียนรายงานสรุป
  3. วันที่  8 – 12  มกราคม  พ.ศ. 2550  ได้ไปรับความรู้ในวิธีการศึกษาเรื่อง “ประโยชน์แท้แก่มหาชน”  ได้ปรับวิธีการศึกษาพืชเพื่อให้ได้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับ “ประโยชน์แท้แก่มหาชน”  อีกครั้ง
  4. ในช่วงวันที่  10 – 12  ตุลาคม  2549  ได้ทำการอบรมให้ความรู้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  จำนวน   75  คน  เรื่อง  “การสร้างรูปวิธาน”  เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำรูปวิธานอย่างง่ายโดยใช้พืชในโรงเรียน  และสามารถเขียนรูปวิธานอย่างง่ายไว้ใช้ในโรงเรียนได้  นอกจากนั้นยังมีโครงการอบรมให้ความรู้กับนักเรียนรุ่นต่อ ๆ ไป อีก
  5. ปีการศึกษา 2551 จัดให้มีการบูรณาการการศึกษาพรรณพืช “กล้วยน้ำว้า”  ในหัวข้อ “ทรัพยากรไทย :  ผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย” โดยการดำเนินการศึกษาของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่  5  รายวิชา ว40244  วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม  และ  ว41103  วิทยาศาสตร์พื้นฐาน

4.การรายงานผลการเรียนรู้

 

 องค์ประกอบที่  4
                ในการเขียนรายงานในระยะแรกให้เขียนรายงานการศึกษาพืชตามแบบสมุดบันทึกข้อมูลพรรณไม้  ตามแบบ อพ.สธ.   ต่อมาการเขียนรายงานให้เขียน ตาบแบบใบงานที่ให้นักเรียนไปศึกษาในช่วงปี พ.ศ.  2547 – 2550  ให้นักเรียนเขียนรายงานการศึกษาพรรณไม้ ตามแบบที่นักเรียนออกแบบเอง  นอกจากนั้นยังมีการบูรณาการ กับรายวิชาอื่น ๆ  และมีการทำงานแบบแบ่งงานกันทำเมื่อทำเสร็จจะนำกลับมารวบรวมผลงานกันได้แบบเขียนรายงานเป็นห้องละ  1  เล่ม  เป็นการรวมผลงานของนักเรียนทั้งห้องไว้ด้วยกัน
                สำหรับการเรียนรายงานใน หัวข้อ “ทรัพยากรไทย : ประโยชน์แท้แก่มหาชน”  นั้น  จะเขียนเป็นรายงานห้าบท  ในรูปของการรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์  โดยนำผลจากการศึกษา คุณลักษณะ  ศักยภาพ ของพืช                 จนไปถึงการนำมาใช้ประโยชน์  และเริ่มกำหนดสมมุติฐาน  กำหนดตัวแปร  วางแผนการทดลอง  เปรียบเทียบ  ทำการทดลอง  ค้นคว้า อภิปรายผลการทดลอง  และ สรุปผลการทดลอง นำมาเขียนรายงาน  
                นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4  ปีการศึกษา  2549  ในภาคเรียนที่  1/2549 ได้ศึกษา “ธรรมชาติแห่งชีวิต”  ของ  “ต้นลิ้นปี่”   ภาคเรียนที่  2  /2549  ศึกษา “ธรรมชาติแห่งชีวิต”  ของต้น “ขรี”  โดยให้นักเรียนวางแผนการศึกษาเองนำมาเขียนรายงานส่งครู
                สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  ศึกษาพืช ชนิดอื่น ๆ เช่น  ต้นข้าวโพด  ต้นเฟิน  ต้นแพงพวย  ต้นแป๊ะตำบึง   ต้นถั่ว 
                ปีการศึกษา  2550  ได้ศึกษาในหัวข้อ “ธรรมชาติแห่งชีวิต : ประโยชน์แท้แก่มหาชน”  และได้นำผลแห่งการเรียนรู้บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ไปแสดงนิทรรศการ และรายงานผลการศึกษาบนเวทีวิชาการ ณ พิพิธภัณฑ์หมู่เกาะและทะเลไทย  ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่  30  ตุลาคม – 6  พฤศจิกายน  2550
                      
      

5.การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา

                             

องค์ประกอบที่  5
                โรงเรียนได้นำประโยชน์ของสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปใช้ประโยชน์ในด้านการเรียนการสอน โดยใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนธรรมชาติ  การบูรณาการในกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ  เช่น  ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  ศิลปศึกษา  วิทยาศาสตร์  การงานอาชีพ
                กลุ่มสาระวิชาคณิตศาสตร์   นำการหาพื้นที่ของใบไม้ขนาดต่าง ๆ  การคำนวณหาความสูงของต้นไม้  การคำนวณพื้นที่ในการปลูก 
                กลุ่มสาระวิชาภาษาไทย  นำการแต่งกลอน  ผญา  หมอลำ  เรียงความ  กลอนแปด
                กลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษา   ศึกษาด้านต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา  อาชีพ พืชเศรษฐกิจ
                กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์  ศึกษาด้านชีววิทยาของพืช  เช่น  กล้วยน้ำว้า  ลิ้นปี่  ขรี  แพงพวย  ถั่ว  ข้าวโพด  แป๊ะตำปึง  ฮว่านง๊อก  ตะไคร้หอม  ดาวเรือง ฯลฯ
                กลุ่มสาระวิชาการงานและอาชีพ  ศึกษาการใช้ประโยชน์จากพืชในแง่การนำมาประดิษฐ์ เช่นใบตองทำกระทง  ห่อหมก  บายศรี  มาลัย  การทำโครงงานคหกรรม  เกษตรกรรมฯ
                กลุ่มสาระวิชาศิลปศึกษา  เช่นการวาดภาพส่วนต่าง ๆ ของพืช   การวาดภาพพืชที่ประทับใจ
                การนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ /การศึกษาความรู้เพิ่มเติมในพืชพรรณไม้ที่มีในโรงเรียน
                ( 1 )   ชีวิทยา  ได้ทำการศึกษาพืชในเชิงลึก  เรื่อง “กล้วยน้ำว้า”  ศึกษาในหัวข้อ  ”ธรรมชาติแห่งชีวิต โดยได้บูรณาการกับสาระวิชาชีววิทยา  ทำการศึกษาส่วนต่าง ๆ ของกล้วยน้ำว้า ตั้งแต่ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล  ศึกษาเซลล์ภายในโดยทำการศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ แว่นขยาย ศึกษาทั้งการตัดตามยาวและตามขวาง ศึกษาสมบัติทางเคมีของส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย ด้านการเจริญเติบโตในแต่ละอายุของต้นกล้วย   (นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาในพืชชนิดอื่นอีก เช่น  ต้นลิ้นปี่  ต้นขรี ฯ)
                ( 2 )   นิเวศวิทยา ศึกษาความสัมพันธ์ของนิเวศวิทยา ในหัวข้อ “สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว” โดยได้ทำการศึกษาปัจจัยด้านชีวภาพ ด้านกายภาพที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และการดำรงชีวิตของต้นกล้วย  ศึกษารวมไปถึงสัตว์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง บูรณาการไปถึงมดแมลงที่มีส่วนในการใช้ประโยชน์ของต้นกล้วย จนเกิดการแต่งกลอน กลอนหมอลำ ผญา  นิทาน บทเรียนการ์ตูนที่เป็นฝีมือของนักเรียน
                ( 3 ) การปลูกเลี้ยงและการขยายพันธุ์  ได้บูรณาการกับวิชาเกษตรกรรม และกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ ในการปลูกสวนกล้วย  สวนสมุนไพร  สวนเฟิน และสวนไม้พื้นเมือง
                ( 4 )  การใช้ประโยชน์ในท้องถิ่น 

 

                                - เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชุมชน

                                - เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ

                                - ชุมชนได้เอื้อเฟื้อบริจาคต้นไม้และต้นกล้วยมาปลูกในโรงเรียน

 

                ( 5 ) การนำพืชพรรณไม้ที่มีในโรงเรียนไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ                 

                              ( 1 ) เป็นสื่อการสอน / บูรณาการกับการเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ

                                - ใช้เป็นสื่อการสอนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยา  เคมี วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

                                - บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระ เช่น เฟินสวยด้วยมือเราวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ระดับชั้นม.4  กลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษาฯ การสอดแทรกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรการรักษา

                                - บูรณาการกับเรื่องเกี่ยวกับโครงงานภูมิปัญญาท้องถิ่น  โครงงานวิทยาศาสตร์
                              ( 2 )   การนำไปขยายพันธุ์  ปลูกเลี้ยง  จำหน่าย 
                              ( 3 )   จัดให้บริการการใช้ประโยชน์แก่นักเรียน ครู อาจารย์ ชุมชนและประชาชนทั่วไป

      •                               - จัดมีห้องแสดงผลงานการปฏิบัติงานตามองค์ประกอบทั้ง 5 ของงานสวนพฤกษศาสตร์ เป็นที่เก็บรวมรวมผลงานของนักเรียน
      •                               - จัดให้มีมุมสืบค้นสำหรับครู – นักเรียน  ชุมชน  และบุคคลที่สนใจทั้งหนังสือและอินเตอร์เน็ต ในชั่วโมงบูรณาการนักเรียนสามารถทำการสืบค้นและหาข้อมูลเกี่ยวกับพืชที่นักเรียนศึกษาได้ในห้องสวนพฤกษศาสตร์
      •                               - จัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงาน ความก้าวหน้าของงาน ผลงานนักเรียนโดยทำการเปลี่ยนบอร์ดบ่อย ๆ ทุก  1 – 2 สัปดาห์
      •                               - เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับโรงเรียน ครู นักเรียน อื่น ๆ ที่สนใจศึกษาดูงาน
      •                               - จัดให้มีการสอนการใช้ประโยชน์จากใบกล้วย และต้นกล้วย โดยสอนในคาบกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ เช่น การทำบายศรี แบบต่าง ๆ การทำกระทงขนาด
      •                               - ประโยชน์ที่นอกเหนือจากนี้  นักเรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกัน การมีจิตสาธารณะ รักพวกพ้องและรักโรงเรียน แม้นักเรียนเก่าที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วยังหวนกลับมาช่วยงานสวนพฤกษศาสตร์เสมอ ๆ  ดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ ที่วางแผนร่วมกับครูและนักเรียน  โดยเน้นการบริจาค  ไม่เน้นการซื้อ  (มีแผน โครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการไปแล้ว และ รายงานผลการปฏิบัติงาน รูป ต่าง ๆ )   ดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   การบูรณาการในรายวิชา  และการจัดกิจกรรมบูรณาการ  1  ชั่วโมง/สัปดาห์ โดยมีแผนการจัดการเรียนรู้ (มีแผน มีรูป มีผลงาน)

       

      ดาวโหลดไฟล์ทั้งหมดของหัวข้อนี้

      Download

       

      •                              

©green solution all right reaserved

@Powered by Songpoom Tunkeaw