Green Solutions

History

ประวัติความเป็นมา

 

Project

โครงการต่าง ๆ

 

Performance

ผลการดำเนินงาน

 

ประโยชน์แท้แก่มหาชน

 

ดาวโหลดไฟล์ทั้งหมดของหัวข้อนี้

Download

 

 

 

กล้วยน้ำว้า   Musa   hybrid  กรุ๊ฟ   ABB
โรงเรียนวารินชำราบ  อำเภอวารินชำราบ  จังหวัดอุบลราชธานี-

บทคัดย่อ
                กล้วยน้ำว้าเป็นพืชที่คนไทยทุกคนรู้จักและอยู่คู่คนไทยมานานจนไม่สามารถระบุได้ว่านานแค่ไหน ในสังคมเกษตรกรรมจะปลูกกล้วยน้ำว้าไว้ในบ้าน สวน ไร่นา แทบทุกแห่ง หาง่าย ซื้อขายราคาถูก  ใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ได้ทั้งสิ้น  อยู่ใกล้กับวิถีชีวิตของคนไทยจนบางครั้งมองข้ามความสำคัญและคุณค่าไป ลืมไปว่า กล้วยน้ำว้าอาจถูกละเลยไม่ได้รับการเอาใจใส่  อาจเกิดการขาดแคลนขึ้นมาก็ได้  พืชที่เคยมีมากมายในเรือกสวนไร่นาของเราอาจเป็นสิ่งหาไม่ได้ง่ายอีกต่อไป  ดังเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อประมาณช่วงปี  พ.ศ.  2544-2545   กล้วยน้ำว้าในจังหวัดอุบลฯ เกิดขาดแคลน  มีจำนวนน้อยมาก  ราคาแพงมากและยังไม่มีขายอีกด้วย  ต้องสั่งซื้อมาจากประเทศลาวในราคาที่สูงมาก   นั่นเป็นสาเหตุมาจากการที่เราลืมพืชที่อยู่ใกล้ตัวเรา แต่ไม่เคยรู้จักเขาอย่างแท้จริง   การศึกษากล้วยน้ำว้าในครั้งนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักให้เด็กและเยาวชนหันมาให้ความสำคัญของกล้วยน้ำว้ามากขึ้น  โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  การสังเกตเป็นหลักได้แบ่งการศึกษาออกเป็น   2   ขั้นตอน  ดังนี้

 

ขั้นตอนที่ 1  ช่วงปีการศึกษา  2544 – 2545  ศึกษาด้านธรรมชาติของชีวิต  โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น   3  ด้าน  คือ

          ด้านที่  1   ศึกษาด้านชีววิทยา  ศึกษาส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย  ตั้งแต่รากไปจนถึงดอกผล   ลักษณะภายนอก  ลักษณะภายใน  การเจริญเติบโต 
          ด้านที่  2   ด้านกายภาพ  อาศัยการสังเกตง่าย ๆ ศึกษาการจัดเรียงตัวของเส้นใบ 
การแผ่กระจายของราก  ความเหนียวความคงทนต่อแรงดึงของส่วนที่เป็นเส้นใย ทิศทาง การงอกของราก  ใบ  ดอก  ผล  หาพื้นที่ของใบ  นับจำนวน  หาความสูงโดยใช้หลักทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
           ด้านที่  3  ด้านเคมี  ศึกษาสารเคมีที่มีอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของกล้วยน้ำว้า เช่น  แป้ง
 น้ำตาล  และสมบัติของยางกล้วย  ความเป็นกรดเป็นเบส

 

ขั้นตอนที่   2   ช่วงปีการศึกษา  2546 – ต้นปีการศึกษา  2548   ทำการศึกษา กล้วยน้ำว้าในเรื่องสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว  โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น  2  ด้าน  คือ

ด้านที่  1   ด้านกายภาพที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต  การเจริญเติบโตของต้น
กล้วยน้ำว้า  เช่นฤดูกาลต่าง ๆ  แสง  ความชื้น  กระแสลม  อุณหภูมิ  ความเป็นกรดเป็น
เบส  สภาพของดินบริเวณที่ต้นกล้วยขึ้นอยู่  รวมไปถึงอายุของต้นกล้วยก็มีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน
ด้านที่  2  ด้านชีวภาพ ที่มีผลต่อต้นกล้วยน้ำว้า  เช่น พืชที่ขึ้นอยู่บริเวณใกล้ ๆ
 แมลง  มด  ไส้เดือน  ผึ้ง   ตั๊กแตน รา  เพลี้ย  รวมทั้งการกระทำของมนุษย์  แม้แต่ผล
กระทบของต้นกล้วยที่ขึ้นอยู่ในกอเดียวกัน

 

คำนำ

 

กล้วยน้ำว้าเป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่  อายุ 2 – 3 ปีชอบดินร่วนเล็กน้อยจัดอยู่ในกลุ่ม  ABB  (เป็นพันธุ์ผสมที่มีลักษณะค่อนไปทางกล้วยตานี) เป็นกล้วยแตกหน่อการขยายพันธุ์โดยการปลูกจากหน่อใบแคบ 

-    ลำต้นเทียม    คือลำต้นกล้วยตั้งตรงเหนือดินที่เห็นอยู่ทั่วไป  เป็นกาบใบที่
โอบซ้อนกันแน่น เรียกว่า “ลำต้นเทียม”    
-    ใบกล้วย เรียกว่าใบตอง  มีลักษณะยาวรี กว้าง  50 – 70  เซนติเมตร  ใบยาว 
1.5 – 4  เมตร  ก้านใบคือส่วนของก้านถึงตัวใบ  ยาว  50  เซนติเมตร  ลักษณะเส้นใบจะเรียนขนานกันกันทำมุมเกือบตั้งฉากกับก้านใบตรงกลาง  เมื่ออายุต้นกล้วยมากขึ้น  ใบจะค่อย ๆ เรียวเล็กลงจนกระทั่งแห้งตายไป  ใบใหม่จะออกมาทดแทน

-    ลำต้นแท้  (เหง้า)  ลำต้นแท้เป็นลำต้นใต้ดินอาจโผล่เหนือดินเล็กน้อย

เรียกว่าเหง้า ซึ่งถูกโอบด้วยกาบใบ มีขนาดใหญ่  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  30  เซนติเมตร  ลักษณะของเหง้ากล้วยประกอบด้วย โคนต้นเทียมมีตากล้วย อยู่บนเหง้า  ตาที่อยู่ใจกลางของเหง้าเท่านั้นที่จะเติบโตเป็นช่อดอก  นอกนั้นจะโตไปเป็นเหง้าอ่อน และเติบโตแทงหน่อออกเป็นต้นกล้วยใหม่

-    ราก  เริ่มต้นจะมีรากสีขาว  ต่อมาเจริญเป็นรากฝอย  ระยะต้นอ่อนจะมีราก

ฝอยสีขาวเมื่อแก่รากฝอยจะเป็นสีน้ำตาล ประสานกันเป็นร่างแห  กระจายเป็นแพกว้างอยู่ใต้ดิน

-    หน่อกล้วย  ตาจะเจริญเป็นเหง้า  เหง้าแทงยอดเป็นหน่อ นั่นคือต้นอ่อน ต้น

อ่อนของต้นกล้วยมี  4  ประเภท คือ

    1. หน่ออ่อน (Peepers)  คือ หน่ออายุน้อย ขนาดเล็ก ใบเป็นใบเกล็ดอยู่เหนือดินสูง  10  เซนติเมตร

    2. หน่อใบแคบ  หรือ หน่อใบดาบ (Sword  Suckers)  เป็นต้นกล้วยอ่อนที่แข็งแรง  เกิดจากเหง้าที่สมบูรณ์  อยู่ลึกใต้พื้นดิน ใบคลี่ยาวแคบ ๆ เหมาะที่จะนำไปขยายพันธุ์ หน่อสูง  75  เซนติเมตร

    3. หน่อแก่ (Miden  Suckers)         โตจากหน่อใบดาบอายุต้นประมาณ  5 – 6   เดือน   ตาดอกแก่แล้วพร้อมที่จะแทงหน่อออกช่อดอก

    4. หน่อใบกว้าง (Water  Suckers)  คือหน่อที่เกิดจากตาของเหง้าที่ไม่แข็งแรง และเกิดจากหน่อที่อยู่ผิวดิน  ลักษณะใบกว้างตั้งแต่หน่อยังอายุน้อย  สูง  75  เซนติเมตร  ไม่เหมาะที่จะนำไปขยายพันธุ์
        

-   ช่อดอก   หรือปลีดอก  เมื่อหน่อแก่  แล้วช่อดอกก็จะเจริญเติบโต  ซึ่งช่อ
ดอกเกิดจากตาที่อยู่กลางเหง้าลำต้นใต้ดินเจริญเติบโตทะลุเหง้า ผ่ากลางต้นเทียม โผล่ที่กลางยอดต้นกล้วย    ดอกกล้วยจะเป็นดอกที่มีเครือปลีที่ยาว  ภายในปลีดอก ประกอบไปด้วยช่อดอกที่แข็งแรงรองรับกลุ่มดอก ซึ่งมีดอกเรียงกันเป็นระเบียบ สับหว่าง กันสองแถว  ต่อไปจะเจริญเป็นหวีกล้วย  ช่อกลุ่มดอกมีหลายช่อ เรียงเวียนสลับไปตลอดเครือกล้วย  ในเครือดอกนั้น  ประกอบด้วยกลุ่มดอกตัวเมียอยู่ช่วงบนของเครือ  ช่วงกลางเป็นกลุ่มดอกกระเทยที่มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียในดอกเดียวกันและช่วงปลายเครือเป็นดอกตัวผู้ทั้งหมดซึ่งมักเป็นหมัน  ก็คือหัวปลีที่อยู่ปลายเครือ
เมื่อดอกกล้วยด้านบนของเครือติดผล ก้านเครือระหว่างหวีจะยืดห่างออกจากกัน             กาบปลี(ใบประดับ)ที่หุ้มดอกก็จะม้วนเปิดออก และร่วงหลุดไป   ซึ่งกาบจะทยอยม้วนตัวขึ้นวันต่อวัน  ดังนั้นอายุของกล้วยแต่ละหวีไม่เท่ากัน

-  ผลกล้วย   ผลกล้วยสามารถเจริญเติบโตจากรังไข่ของดอกตัวเมียได้โดยไม่

ต้องผสมพันธุ์   ใช้เวลาในการเจริญเติบโต  90  วัน เนื้อกล้วยคือเนื้อเยื่อชั้นนอกระหว่างเกสรตัวเมียกับรังไขเท่านั้น จุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลที่ไส้กล้วยก็คือร่องรอยเกสรตัวเมียที่เป็นหมันไม่อาจผสมพันธุ์ได้  ผลกล้วยทั้งหมดที่เกิดจากช่อดอก เรียกว่า “เครือ” (Bunch)  เมื่อเริ่มเป็นผลเรียกว่า “ตกเครือ”  ส่วนผลกล้วยจากกลุ่มดอกแต่ละกลุ่มบนช่อดอกเรียกว่า “หวี”  (Hand)   ในหวีหนึ่งจะมีผลกล้วยประมาณ   5 – 20  ผล  ในแต่ละเครือกล้วยมี  5 – 15  หวี  กล้วยแต่ละลูกเรียกว่า  “ผล”  (Finger)  ผลดิบมีสีเขียว  ผลสุกเปลือกสีเหลือง  เนื้อกล้วยสีเหลือนวลมีรสหวาน  ปลายผลกล้วยมี จุกสีดำ  นั่นคือร่องรอยของดอกตัวเมียที่ร่วงหลุดไปแล้ว  เส้นใยระหว่างเปลือกกล้วยกับเนื้อกล้วยเรียกว่า “รก”  ปลายเครือที่ยังเหลือกล้วยหวีเล็ก ๆ ลูกเล็ก ๆ เรียกว่า “ตีนเต่า”
                กล้วยน้ำว้าจะไม่เจริญงอกงามนักในช่วงฤดูแล้ง แต่จะยังคงผลิใบใหม่ ออกดอกออกผลให้ได้รับประทานบ้างแต่ไม่งอกงามเต็มที่นัก และจากการสังเกตมักพบว่าต้นกล้วยน้ำว้าติดโรคและทรุดโทรมในฤดูแล้ง  จะเจริญงอกงามให้ผลดกให้ใบใหม่หนากว้างในฤดูฝน  ปริมาณแสง  อุณหภูมิ  กระแสลม ความเป็นกรดเป็นเบส  ความชุ่มชื้น หรือปริมาณน้ำ สารเคมีที่ปะปนอยู่ในดินยังมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของกล้วยน้ำว้าอีกด้วย  ในประเทศไทยพบกล้วยน้ำว้าทั่วทุกภาค ทุกหนแห่ง   กล้วยน้ำว้ายังถือว่าเป็นอาหารสมุนไพรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง  นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า บริเวณที่กล้วยน้ำว้าขึ้นอยู่ยังพบสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและมีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้วย   
                การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ  เป็นการนำเอาศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันมาผสมผสานเข้าด้วยกัน  เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดำเนินการด้วยวิธีการบูรณาการเรียกว่า  การเรียนการสอนแบบบูรณาการ (Integrated   Instruction)  สื่อการเรียนการสอนที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการเรียกว่า บทเรียนบูรณาการ (Integrated  Instrument)   ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสามารถดำเนินการได้หลายลักษณะได้แก่   การบูรณาการระหว่างความรู้กับกระบวนการเรียนรู้  การบูรณาการระหว่างพัฒนาการด้านความรู้  และพัฒนาการทางจิตใจ  การบูรณาการระหว่างความรู้และการกระทำ 
การบูรณาการ ระหว่างสิ่งที่เรียนในโรงเรียนกับสิ่งที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน  และ
บูรณาการระหว่างวิชาต่าง ๆ  (หน่วยศึกษานิเทศก์,กรมสามัญศึกษา : 2544)
                กล้วยน้ำว้าเป็นพรรณไม้ในท้องถิ่นมีประโยชน์และมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของบุคคลในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก  ดังนั้น การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า  จึงเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถนำความรู้ด้านพฤกษศาสตร์มาใช้ประโยชน์ในการจัดสร้างบทเรียนบูรณาการ  สำหรับผู้เรียน  เพื่อให้ผู้เรียนได้สืบค้น  ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง (เต็ม: 2544) ซึ่งประกอบด้วย
ชื่อสกุล(Genus)  ชื่อชนิด (Specific  epithet)  ทำแบบใบงานฝึกปฏิบัติศึกษาลักษณะของพืชตามหลักอนุกรมวิธาน(ประนอมและคณะ) : 2543 )  ศึกษาระบบนิเวศน์ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่มีผลต่อกล้วยน้ำว้า ตลอดจนศึกษาเหล่าสรรพสัตว์ที่มาเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับต้นกล้วยน้ำว้า เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ผู้เรียนรู้คุณค่าของต้นไม้  เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น  นำพาความรู้สึกนั้นถ่ายทอดสู่คนรอบข้าง สู่คนรุ่น ต่อๆไป  และนำประโยชน์สุขสู่มหาชนชาวสยาม

 

อุปกรณ์วิธีการ

  1. กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง   กล้องสเตอริโอ
  2. มีดและกรรไกรตัดกิ่ง
  3. แว่นขยายกำลังขยาย  20  เท่า
  4. เข็มเขี่ย  เข็ม และด้าย
  5. ถุงพลาสติก
  6. สมุดบันทึกภาคสนาม
  7. เทอร์โมมิเตอร์
  8. กระดาษยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์
  9. โคมไฟฟ้า
  10. เสียม ,จอบ
  11. เชือก
  12. ไม้บรรทัด
  13. นาฬิกาจับเวลา
  14. กล้องถ่ายรูป
  15. สมุดบันทึกภาคสนาม
  16. ใบงาน

 

วิธีการศึกษา

    1. สำรวจต้นกล้วยภายในโรงเรียนวารินชำราบและ ที่บ้าน หมู่บ้าน
    2. ศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์และรูปวิธานของพืช
    3. ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์  ชื่อวงศ์  ชื่อท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์
    4. ศึกษาระบบนิเวศ  ปัจจัยทางกายภาพที่มีผลต่อต้นกล้วย
    5. ศึกษาปัจจัยทางชีวภาพที่มีผลต่อต้นกล้วย
    6. ศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ในข้อ 4 และ 5  ในระยะเวลาที่ไม่เหมือนกันในแต่ละฤดูกาล 
    7. สำรวจ สังเกต  ในช่วงเวลาแต่ละเดือน  ระบุวัน เวลา  สถานที่  ใช้เวลาสังเกตแต่ละช่วงเป็นเวลา  1  สัปดาห์    เช้า - เย็น
    8. นำผลการศึกษามาวิเคราะห์  วิจารณ์ และนำไปบูรณาการกับกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ 

    ผลการศึกษา

                    จากการศึกษาต้นกล้วยน้ำว้าในโรงเรียนวารินชำราบ และบ้านของผู้เรียน  ได้ศึกษาปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพได้ผลการศึกษาดังนี้
    ปัจจัยทางกายภาพ    
                    ช่วงฤดูฝน    ฝนตกชุกดินชุ่มน้ำมาก   บางวันกระแสลมแรง ใบกล้วยฉีกขาดมาก  มีใบอ่อนแทงยอดออกมา  บางต้นออกดอก (ปลี) มีขนาดใหญ่สมบูรณ์  บางวันไม่มีแดดใบกล้วยจะสดชื่นไม่เหี่ยว  บางวันแดดจัดมากฝนไม่ตกใบกล้วยจะเหี่ยว   ต้นกล้วยต้นใดที่อยู่บริเวณน้ำขังใบจะเหลือง  โคนต้นเริ่มเน่า   มีกลิ่นค่อนข้างเหม็น   ใบบางใบเหี่ยวห้อยลง   ส่วนต้นกล้วยที่อยู่ในที่ชุ่มชื้นน้ำไม่ขัง  จะเจริญเติบโตดี มีใบใหม่ทยอยงอกออกมาเรื่อย ๆ แต่ละใบจะขยายใหญ่ขึ้น ต้นที่มีผลแล้วผลจะขยายใหญ่ขึ้น  ก้านกล้วยขยายขนาดใหญ่ขึ้น  ดินรอบ ๆ  โคนต้นกล้วยชุ่มน้ำมาก  บางต้นมีขยะทำให้ต้นกล้วยไม่เจริญเติบโต  บางต้นมีใบไม้กองไว้เต็มรอบ ๆต้นกล้วยมีผลทำให้ต้นกล้วยไม่เจริญเติบโตต้นไม่สูงลำต้นผอม
                    ช่วงฤดูหนาว   ปริมาณฝนลดลง กระแสลมแรงมากขึ้น  อุณหภูมิลดลง  ปริมาณแสงแดดไม่สม่ำเสมอ  ปริมาณเมฆน้อยลง  ผลการสังเกตต้นกล้วยจะเหี่ยวแห้งลงกว่าเดิม  ใบแทบทุกใบฉีกขาดมากมีใบหักพับลงมา  ผลกล้วยแก่เริ่มเป็นสีเขียวเข้มมากขึ้น บางผลเริ่มมีสีเหลืองแซมมากขึ้น  เครือกล้วยที่ออกมาเมื่อช่วงฤดูฝนเจริญมากขึ้นผลขยายใหญ่ขึ้น มีหวีเพิ่มขึ้น ปลีหลุดร่วงไปแล้วใบอ่อนแทงยอดออกมาบ้าง
                    ช่วงฤดูร้อน (เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน)   อุณหภูมิสูงมาก กระแสลมแรงปานกลาง  ปริมาณน้ำฝนไม่มีเลย หรือน้อยลงไปกว่าเดิมมาก จะตกลงมาเป็นบางช่วงเท่านั้น ดินรอบ ๆ โคนต้นกล้วยแห้งเป็นผง ผลการสังเกตต้นกล้วยน้ำว้า  กาบลำต้นเทียนแห้งเป็นสีน้ำตาล ใบที่ยังสดอยู่มีสีเขียวแก่ฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมดขอบใบแห้งกรอบมีสีน้ำตาล  บางใบแห้งเป็นจุด ๆ  กาบแห้งบางต้นแห้งกรอบเวลาจับจะหลุดร่อนออกมา ใบมีสีเหลืองมากขึ้น จำนวนใบที่ออกมาใหม่ก็น้อยลง  ผลกล้วยสุกมาขึ้น  บางผลที่ปล่อยเอาไว้จะสุกจนเน่ามีสีดำ 
                   
    ปัจจัยทางชีวภาพ
                    ช่วงฤดูฝน เมื่อมีปริมาณฝนตกลงมามาก ดินจะชุ่มชื้น สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบ ๆ ต้นกล้วยมีปริมาณและจำนวนมากขึ้น เช่น หญ้า  เถาคันขาว  เมล็ดหูกวางที่เริ่มงอก วัชพืช  ตั๊กแตน  แมงมุม   หนอน   ผีเสื้อ  คางคก   จิ้งจก   ตะขาบ   งู  ผึ้ง   นิ่ม   มดดำ  มดแดง   แมลงวันทอง ไส้เดือน  กิ้งกือ  ผลการสังเกต  ต้นกล้วยมีขนาดใหญ่ขึ้น  ใบอ่อนแทงยอดออกมา มากขึ้น  หลายต้นมีปลีแทงออกมาที่ยอดต้นกล้วยจะเป็นที่อยู่ของสัตว์เหล่านั้น  ใบกล้วยจะหนา เขียวขึ้น บางใบเส้นใบจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจนมากใบกรอบ หงิก  ผลกล้วยที่สุกมาก ๆ จะมีแมลงวันทอง แมลงวัน ผึ้ง  เพลี้ย  รา  ขึ้นอยู่เต็ม หญ้าที่อยู่รอบ ๆ โคนต้นได้รับน้ำมาก  เจริญเติบโตมากจำนวนมากและมีขนาดใหญ่  ทำให้ใต้ต้นกล้วยเต็มไปด้วยหญ้า  และแมลง  โดยเฉพาะมด  ถ้ากอกล้วยกอใดมีจำนวนของต้นกล้วยมากหลายต้นจะมีผลทำให้การต้นกล้วยเอนออกจากกอ  เครือกล้วยเบียดกับต้นกล้วยต้นอื่น 
    การเจริญเติบโตไม่เต็มที่

    สรุปและวิจารณ์
                    จากการศึกษาต้นกล้วยน้ำว้าในโรงเรียนวารินชำราบ และที่บ้านของผู้เรียน โดยใช้ระยะเวลา 1 ปีการศึกษา  ผ่าน 3  ฤดูกาล  ฤดูฝน  ฤดูหนาว  และฤดูแล้ง พบว่า ปัจจัยทางกายภาพและทางชีวภาพ ล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้วยทั้งสิ้นจึงไม่สามารถแยกผลการศึกษาออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด  เพราะปัจจัยทั้งสองอย่างมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้วย  และยังมีผลต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบ ๆ ต้นกล้วย รวมทั้งสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยังมีผลต่อปัจจัยทางกายภาพด้วยเช่นกัน  สิ่งมีชีวิตเกื้อกูลสิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิตเกื้อกูลต่อสิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิตก็มีผลต่อสิ่งไม่มีชีวิตด้วยเช่นกัน  ยังผลทำให้ผู้เรียนมีความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้นที่จะทำการศึกษาสรรพสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับต้นกล้วยน้ำว้า  จากการศึกษาจึงต่อยอดไปทำการศึกษา “พฤติกรรมของมด” และนำการเรียนการสอนแบบบูรณาการมาใช้ในการศึกษาเรื่องของมด  ทำให้ผู้เรียนสามารถใช้การสังเกต บรรยายรูปร่าง และพฤติกรรมของมด  คำนวณระยะเวลา ระยะทาง  แต่งนิทาน  แต่งกลอนแปด  โครงสี่สุภาพ  ผญา  กลอนหมอลำ  บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ  เขียนแสดงอารมณ์ ความรู้สึก
    คุณธรรมที่ได้จากการศึกษามดได้

     

    คำขอบคุณ

                    ผลงานการศึกษาต้นกล้วยน้ำว้า ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อ “ธรรมชาติแห่งชีวิต”  และ “สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว”  สำเร็จลงได้ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือจากบุคลากรโรงเรียนวารินชำราบ นับตั้งแต่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา  รองผู้อำนวยการสถานศึกษา  คุณครู   นักเรียน  และ นักพัฒนาโรงเรียน  รวมไปถึงผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนวารินชำราบ  ที่ให้ความร่วมมือ ดูแล ช่วยเหลือให้ความสะดวกในการศึกษา ให้ความรู้  บูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับกลุ่มสาระวิชา และยังให้คำปรึกษาในการจัดทำสื่อการเรียนการสอนบูรณาการรูปแบบต่าง ๆ  ขอขอบคุณ  ดร. พิศิษฐ์   วรอุไร ที่กรุณาให้ความรู้แง่คิดและความกระจ่างใน วิธีการศึกษา หาความรู้จากการตั้งคำถาม จนรวบรวมเป็นองค์ความรู้ที่สร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง  จนผลงานการศึกษาต้นกล้วยน้ำว้าสำเร็จได้ด้วยดี   ขอขอบคุณ  คุณพเยีย  ตรียะพันธุ์  ที่ให้คำแนะนำตอบคำถามในข้อที่สงสัย  และเป็นกำลังใจในการทำงานตลอดมา

     

    เอกสารอ้างอิง


    ศูนย์วิจัยอนุกรมวิธานประยุกต์  คณะวิทยาศาสตร์ . มหาวิทยาลัยขอนแก่น  . หลักอนุกรมวิธานพืชเบื้องต้น . พ.ศ.  2546
    “ภาณุทรรศน์” ..  ชุดสมุนไพรกล้วยอาหารสมุนไพร. สำนักพิมพ์ หอสมุดกลาง 09 .กรุงเทพฯ.หน้า 42
                    ดวงแก้ว   ศรีลักษณ์.  มหัศจรรย์พันธุ์กล้วยในไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2   .
    สำนักพิมพ์แสงแดดเพื่อเด็ก .  กรุงเทพฯ. พ.ศ. 2546
    กรมสามัญศึกษา .กระทรวงศึกษาธิการ.2539 . กล้วย กล้วย .  กรุงเทพ . โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
                    ราชบัณฑิตยสถาน อนุกรมวิธานพืช อักษร ก.. พิมพ์ครั้งที่ 1 .บริษัท  เพื่อนพิมพ์ จำกัด.
    กรุงเทพ.พ.ศ. 2538
    พิศิษฐ์   วรอุไร .  การเรียนรู้  1 . บริษัท  เวิร์ค  สแควร์  จำกัด.  พิมพ์ครั้งที่ 1.  กรุงเทพฯ.  พ.ศ. 2546
    สุเทพ    ดุษฎีวณิชยา . 2546 .คู่มือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย  ชีววิทยา . สำนักพิมพ์ยูบุ๊คส์ . กรุงเทพ ฯ .หน้า 13 – 23
    สุพจน์   แสงมณี  ชานนท์  มูลวรรณ . 2546 . ชุดปฏิรูปการเรียนรูป . สำนักพิมพ์ประสานมิตร .  กรุงเทพ ฯ . หน้า  204 .
    วัฒนา  จูฑะพันธุ์  . 2545 . วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  .  บริษัทรวมสาส์น (1977)จำกัด . กรุงเทพฯ . หน้า  7
    สวัสดิ์   โนนสูง . 2546 . ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  . โอเดียนสโตร์ . กรุงเทพ .  208  หน้า
    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงศึกษาธิการ . 2547 . ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม  . โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว .  กรุงเทพฯ . หน้า  3 - 7

     

     

    ดาวโหลดไฟล์ทั้งหมดของหัวข้อนี้

    Download


                   

     

©green solution all right reaserved

@Powered by Songpoom Tunkeaw